เคล็ดลับ 9 ประการ สำหรับนักเทรดทอง

by admin565

เคล็ดลับ 9 ประการ สำหรับนักเทรดทอง – 9 tips for Gold trader

ในฐานะที่เป็น forex trader ซึ่งมองหาการลงทุนที่มั่นคงซึ่งสามารถป้องกันเงินเฟ้อจากความไม่แน่นอนของตลาด และปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์อื่น ๆ ที่มีผลต่อราคาสกุลเงิน ทองคำ ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นักลงทุน สามารถใช้ทองคำเป็นตัวช่วยป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุนอื่น ๆ หรือเป็นหลุมหลบภัย (Safe heaven) ที่ให้ผลตอบเเทนอย่าง สม่ำเสมอตลอดเวลาและทนต่อการแกว่งตัวและรักษามูลค่าได้มากกว่า เมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น ๆ

XAU/USD เป็นหนึ่งใน ตราสารซึ่งจับคู่ ทองคำ กับ สกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐ (US.Dollar) ซึ่งโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ให้บริการอยู่ ทำให้ง่ายในการรวมทองคำเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การซื้อขายแลกเปลี่ยนของคุณ และด้วยเสถียรภาพของราคาทองคำ สามารถเป็นสินทรัพย์สำคัญ ในช่วงเงินเฟ้อ เช่นที่เราเห็นในปัจจุบัน

ในขณะที่การระบาดใหญ่ของ COVID-19 ทำให้เศรษฐกิจโลกสั่นคลอน รัฐบาลในหลายประเทศและ Forex Trader ที่มีความเชี่ยวชาญ ต่างย้ายเงินลงทุนของพวกเขาไปลงทุนในทองคำมากขึ้น เพื่อป้องกันการสูญเสียที่เกิดจากเงินเฟ้อ แนวทางปฏิบัติทางเศรษฐกิจเช่นการพิมพ์เงินมากขึ้น อาจทำให้สกุลเงินทั่วโลกอ่อนตัวลงทำให้มูลค่าของมันอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ที่มั่นคง เฉกเช่น ทองคำ

เสถียรภาพของทองคำส่วนใหญ่ เกิดจากปริมาณทองคำที่มีจำกัดทั่วโลก ซึ่งไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้เหมือนกับที่รัฐบาลสามารถพิมพ์สกุลเงินกระดาษได้มากขึ้น หากคุณต้องการใช้ประโยชน์ และเพิ่มศักยภาพการทำกำไรจากเทรดทองคำ นี่เป็น เคล็ดลับการซื้อขาย 9 ประการที่ควรทราบ

1. เทรดตามเวลาทำการตลาด New York

ทองคำเป็นตราสารที่เปิดให้เทรดตลอด 24 ชั่วโมง แต่โดยทั่วไปแล้ว สภาพคล่องสูงสุดจะพบได้ในช่วงเวลาทำการของตลาดนิวยอร์ก (New York trading hours) คุณควรกำหนดเป้าหมายการเทรดทอง ในช่วงเวลาทำการของตลาด New York หรือหลังตลาดจบเวลาทำการตลาด New York แล้ว ขึ้นอยู่กับเป้าหมายการเทรดของคุณ

การซื้อขายในช่วงที่มีกิจกรรมสูงสุด จะมีสภาพคล่องสูง และมีความผันผวนต่ำ ทำให้เป็นเป้าหมายที่ดีสำหรับการเข้าซื้อ-ขายอย่างปลอดภัย การซื้อ-ขาย นอกเวลาทำการของตลาด New York อาจต้องประสบกับภาวะความผันผวนสูงของตลาด ที่กระทบต่อกลยุทธ์การเทรดระยะสั้น (Scalping Strategy) ในขณะเดียวกัน ความผันผวนที่สุงขึ้นนี้ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการซื้อ-ขายในตลาด

2. วิเคราะห์การเทรดอย่างง่ายๆโดยกำหนด จุดสูงสุด (Highs) และจุดต่ำสุด (Lows) ล่วงหน้า

เนื่องจาก XAU/USD มีแนวโน้มที่จะแกว่งตัวอยู่ในกรอบการซื้อ-ขาย กลยุทธ์ที่ง่ายที่สุด คือ การกำหนดจุดเข้า ซื้อ(Buy) หรือ ขาย(Sell) โดยพิจารณาจากจุดสูงสุดและ จุดต่ำสุด ของกราฟก่อนหน้า Trader สามารถเปิดสถานะ ซื้อ (Buy) ทองคำเมื่อกราฟมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น และกำหนดจุดสูงสุด (High) ก่อนหน้านี้ เป็นจุดทำกำไร (Take Profit) และเปิดสถานะ ขาย (Sell) ในทางกลับกันเมื่อกราฟมีเเนวโน้มปรับตัวลง

เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ค่อนข้างมีเสถียรภาพ จึงมีแนวโน้มที่จะแกว่งตัวไปถึงจุดสูงสุด (Highs) หรือต่ำสุด (Lows) ก่อนหน้านี้อยุ่เสมอ โปรดทราบว่านี่ไม่ใช่กลยุทธ์ที่ดี สำหรับการซื้อขายแบบรายวัน (Day Trading) เนื่องจากอาจต้องใช้เวลาประมาณหนึ่ง กว่าจะถึงราคาเป้าหมาย และโดยทั่วไปแล้วกลยุทธ์การเทรดแบบนี้ ไม่ได้ให้กำไรอย่างรวดเร็วเหมือน กลยุทธ์การเทรดแบบโมเมนตัม (momentum strategies) ถึงกระนั้นก็เป็นกลยุทธ์ที่มีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ ซึ่งออกแบบมาเพื่อสร้างผลกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคา XAU/USD ที่เชื่อถือได้

3. พิจารณาผลกระทบทางภูมิรัฐศาสตร์เกี่ยวกับสกุลเงิน

เมื่อความไม่แน่นอนทางการเมืองหรือเศรษฐกิจ สามารถสร้างความกังวลต่อราคาสกุลเงินต่างๆในตลาด ทองคำ อาจเป็นที่หลบภัย (Safe Heaven) ที่มั่นคง ที่ช่วยรักษาสภาพคล่องของสินทรัพย์คุณ

ทองคำมีความเกี่ยวข้องอย่างสูง กับ สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ เช่นเดียวกับสกุลเงินที่มีเสถียรภาพอื่น ๆ เช่น japanese Yen (JPY) ของญี่ปุ่น และการเทรด XAU/USD อาจเป็นหนึ่งในวิธีที่สามารถปกป้องทรัพย์สินของคุณจากสถานการณ์ที่ไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเทรดตราสาร คู่เงินอื่นๆในตลาดฟอเร็กซ์

4. ใช้สามเหลี่ยมสมมาตรในการวิเคราะห์(Symmetrical Triangle pattern)

สามเหลี่ยมสมมาตร (Symmetrical Triangle) เป็นรูปแบบแผนภูมิง่ายๆที่ช่วย บ่งชี้ รูปแบบ ของกราฟที่นำไปสุ่การ Breakout ของราคา สามเหลี่ยมสมมาตร (Symmetrical Triangle) มีลักษณะการบรรจบกันของเส้นแนวโน้มสองเส้นที่มีความลาดชันใกล้เคียงกัน แต่อยู่ในทิศทางตรงกันข้ามกัน เมื่อสังเกตเห็นรุปแบบของเเพลตเทิร์นสามเหลี่ยมสมมาตรนี้ในตลาด นั่นหมายความว่าการแกว่งตัวของราคามีลักษณะบีบแคบลงเรื่อยๆ และกำลังสร้างจุด Breakout ของราคา   

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ใช้แพลตเทิร์นสามเหลี่ยมสมมาตร (Symmetrical Triangle pattern) ร่วมกับ indicator ทางเทคนิคตัวอื่นๆ  เช่น พิจารณาจาก สภาพคล่องของตลาด (Liquidity) หรือ อินดิเคเตอร์ ดัชนีความแข็งแกร่งสัมพัทธ์ (Relative Strength Index : RSI) เมื่อตัวอินดิเคเตอร์ตัวอื่น ๆ บ่งชี้ถึงการทะลุราคา (Breakout price) แพลตเทิร์นสามเหลี่ยมสมมาตร สามารถช่วยคอมเฟริม และเพิ่มความมั่นใจในการเปิดออร์เดอร์ซื้อ-ขาย XAU/USD

จุดตัดขายทุน (Stop-loss order) สามารถวางไว้ใต้เส้นแนวโน้มขาลง หลังจากที่เส้นแนวโน้มทั้งสองมาบรรจบกัน และสามารถออกคำสั่งขาย (Sell) ได้ในกรณีที่ราคา XAU/USD ทำจุด Breakout สำเร็จ

5. ติดตามความต้องการทองคำเชิงอุตสาหกรรมเชิงพาณิชย์

ความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้นสำหรับทองคำ อาจส่งผลต่อราคา เนื่องจากอุปทาน (Supply) ของทองคำทั่วโลกมีจำนวนจำกัด และอุปสงค์(Demand) สามารถมาได้หลายรูปแบบ เช่น อุตสาหกรรมบางประเภท อาจเพิ่มการเข้าซื้อทองคำ เนื่องจากเป็นส่วนประกอบสำคัญในสินค้าที่ให้บริการแก่ผู้บริโภค ตัวอย่างเช่น อุตสาหกรรมการแพทย์ และ อุตสาหกรรมเทคโนโลยี ต่างต้องใช้ทองคำในการผลิตสินค้า และเป็น “ตัวทำละลาย” บางอย่าง

ความต้องการของผู้บริโภคทองคำในเเง่ เครื่องประดับ สามารถส่งผลกระทบต่อราคาได้  เมื่อพิจารณาถึงอุปสงค์(Demand)ทั่วโลก ในตลาดของหลายๆประเทศ ผู้คนต่างตระหนักว่า “ทองคำ” ถือเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย (Luxury good) และสินทรัพย์เพื่อการลงทุน (Investment asset) ได้ในเวลาเดียวกัน

6. ตรวจสอบการซื้อของธนาคารกลาง

ธนาคารกลาง (Central banks) มักจะซื้อทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยงเมื่อพวกเขาคาดว่าจะมีความผันผวนในบางสกุลเงิน ตัวอย่างเช่นเมื่อเร็ว ๆ นี้จีนและรัสเซียได้พาดหัวข่าวเกี่ยวกับการลงทุนที่สำคัญในทองคำซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความกังวลเกี่ยวกับราคาในอนาคตของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar) และ สกุลเงินยูโร (Euro) รวมถึงสกุลเงินหลักอื่นๆทั่วโลก

เมื่อธนาคารกลาง (Central banks) เริ่มซื้อทองคำในปริมาณมาก สามารถสื่อให้ Forex trader ทราบได้ 2 ประการ ประการแรก รัฐบาลในหลายประเทศ กำลังดำเนินการต่างๆ ด้วยความเชื่อที่ว่า มูลค่าของสกุลเงินหลัก (Major currencies) กำลังลดลง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ นักลงทุนโยกย้าย เปอร์เซ็นต์การลงทุนขนาดใหญ่ ไป ลงทุนในกองทุนที่มีความผันผวนน้อยกว่า

ประการที่สอง การซื้อของธนาคารกลางที่เพิ่มขึ้น มักจะทำให้ราคาทองคำเพิ่มขึ้นอย่างน้อยก็ในระยะสั้น หากราคาทองคำเริ่มมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น อาจเป็นโอกาสในการทำกำไรได้อย่างรวดเร็ว

7. ติดตามอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง

ทองคำมีความสัมพันธ์ที่ชัดเจนกับอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (real interest rates) โดยราคาทองคำ ปรับตัวสูงขึ้น เมื่ออัตราดอกเบี้ยลดลง และราคาทองคำปรับตัวลดลง เมื่ออัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงจะถูกกำหนดโดยการลบอัตราเงินเฟ้อออกจากอัตราดอกเบี้ยที่กำหนด ผลลัพธ์ออกมาในรูปแบบของ เปอร์เซ็นต์กำไรหรือขาดทุน ที่คำนึงถึงอัตราเงินเฟ้อ

ในอดีตราคาทองคำมักจะสูงขึ้นเมื่ออัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงลดลงต่ำกว่า 1% ด้วยการดูอัตราดอกเบี้ยนี้ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง คุณสามารถระบุโอกาสในการเข้าซื้อ (Buy) ที่แข็งแกร่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณกำลังมองหาโอกาสในการซื้อและถือครองระยะยาว(Long-term trading)

ในทางตรงกันข้ามอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงที่สูงกว่า 2% มีแนวโน้มที่จะทำให้มูลค่าของทองคำลดลง ผู้เชี่ยวชาญหลายคนจะแนะนำให้ขาย (Sell) ใน XAU/USD หากอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงถึงเกณฑ์นี้

8. เป้าหมาย ที่จุดตัดของ Moving Average (MA)

เนื่องจากราคาทองคำมักจะผันผวนภายในช่วงหนึ่ง จึงทำให้ เกิดจุดตัดของค่าเฉลี่ยการเคลื่อนที่ที่แตกต่างกัน (Moving Average) บนกราฟ Forex  เทรดเดอร์จำนวนมากจะเปิดสถานะ ซื้อ (Buy) เมื่อใดก็ตามที่เส้นค่าเฉลี่ยการเคลื่อนที่ระยะสั้น (Shorter-term Moving Average) ตัดกับเส้นค่าเฉลี่ยการเคลื่อนที่ระยะยาว  (Longer-term Moving Average) ตัวอย่างเช่น หากค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 20 วัน (MA20) ตัดกับเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วัน (MA50) ก็จะส่งสัญญาณถึงโอกาสในการเปิดสถานะ ซื้อ (Buy) สำหรับเทรดเดอร์ระยะยาว

ตัวอย่างเช่นในแผนภูมิ XAU ด้านล่างค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วัน เคลื่อนไหวเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 100 วัน ในช่วงต้นเดือนเมษายน 2020 ซึ่งเป็นช่วงที่การระบาดใหญ่เริ่มสร้างความเสียหายอย่างมากต่อเศรษฐกิจทั่วโลก ไม่น่าแปลกใจที่จุดตัดของสองเส้นค่าเฉลี่ยการเคลื่อนที่นี้ สามารถคาดการณ์ว่า มูลค่าของทองคำจะเพิ่มขึ้นอย่างมากในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ในทางกลับกัน : หากค่าเฉลี่ยการเคลื่อนที่ระยะสั้น ลดลงต่ำกว่า เส้นค่าเฉลี่ยการเคลื่อนที่ระยะยาว เทรดเดอร์ที่ใช้กลยุทธ์นี้ มีแนวโน้มที่จะเปิดสถานะ ขาย (Sell position) ตามความคาดหวังของราคาที่ปรับลดลง

ไม่มีสิ่งไหนการันตีได้ว่า เส้นค่าเฉลี่ยการเคลื่อนที่ (Moving Average) ใดที่คุณควรใช้ในการตัดสินใจซื้อ-ขาย  แต่เป็นการดีที่ควรจะมีระยะความต่างขนาดใหญ่ของเส้นค่าเฉลี่ยทั้งสอง เส้นค่าเฉลี่ยการเคลื่อนที่ 10 และ 20 วัน ไม่แตกต่างกันมากพอ ที่จะใช้วิเคราะห์ร่วมกับการเทรดในสถานการณ์นี้ ในขณะที่เส้นค่าเฉลี่ยการเคลื่อนที่ 10 และ 60 วัน ดูจะเป็นการจับคู่ที่ได้รับความนิยมสำหรับกลยุทธ์นี้

9. ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงในการผลิตทองคำ

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การขุดทองไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก เเละไม่ได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยยะสำคัญต่อความต้องการทองคำที่หยุดนิ่ง แม้ว่าทองคำจะเป็นที่ต้องการและได้เห็นการผลิตโดยรวมเพิ่มขึ้นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แต่ความพยายามในการขุดทองในปัจจุบันต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้น เนื่องจากเกิดความท้าทายในการเข้าถึงแหล่งทองคำใต้ดินที่ยากขึ้น

แหล่งกักเก็บทองคำที่สามารถเข้าถึงได้มากที่สุด ล้วนเป็นที่รู้จักแล้วในปัจจุบัน และได้ถูกขุดและวางขายไปทั่วโลก ส่วนแหล่งกักเก็บทองคำที่เหลือ แสดงถึงการทำเหมืองที่มีราคาแพงกว่ามาก ซึ่งลดศักยภาพการทำกำไรสำหรับธุรกิจอุตสาหกรรมเหมืองแร่

ถึงเเม้ศักยภาพการผลิตจะมีจำนวนจำกัด แต่ก็ไม่ได้เป็นสัญญาณว่าจำนวนทองคำจะมีแนวโน้มลดลง ในทางกลับกัน การผลิตทองคำที่มีเสถียรภาพ อาจส่งผลต่ออุปสงค์ (Demand) ทั่วโลกและนำไปสู่ราคาที่สูงขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากทางธนาคารกลางและผู้ซื้อทองคำรายอื่น ๆ เริ่มแสวงหาสินทรัพย์นี้

สรุป

แม้ว่าราคาทองคำจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยที่มากกว่าการเทรด สกุลเงิน forex ทั่วไป แต่ก็ยังมีกฎหลายข้อที่ใช้พิจารณาได้เหมือนกับการเทรดฟอเร็กซ์

Forex trader ควรพิจารณา XAU/USD เป็นที่หลุมหลบภัยที่เชื่อถือได้สำหรับกิจกรรมการลงทุนของพวกเขา รวมถึงแหล่งกำไรที่เป็นไปได้หากพวกเขาสามารถวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของราคาทองคำได้อย่างมีประสิทธิภาพและพัฒนากลยุทธ์การซื้อขายเพื่อใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้

ที่มา :  www.valutrades.com

 

กดรับโบนัสทดลองเทรด 30$ จากโบรคเกอร์ XM คลิ๊ก!

Related Articles

Leave a Comment

Shares